0 Comments

Thermage  และ  Ulthera  เป็นเทคโนโลยีความงามยอดนิยม  ที่ช่วยยกกระชับผิวหน้า  ลดเลือนริ้วรอย  โดยไม่ต้องผ่าตัด  เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย  ใบหน้าไม่เรียว  แต่ทั้ง Thermage  และ Ulthera  ก็มีจุดเด่น  และความแตกต่าง  บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัย  เพื่อให้คุณเลือกเทคนิคที่เหมาะกับตัวเอง

เทคโนโลยีที่ใช้

Thermage  ใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency)  ส่งผ่านความร้อนไปยังชั้นหนังแท้  กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน  และอีลาสติน  ทำให้ผิวหน้าเต่งตึง  ยกกระชับ

Ulthera  ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Focused Ultrasound Energy)  ส่งผ่านชั้นผิวไปยังชั้น SMAS  กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่  ทำให้ผิวหน้าเต่งตึง  ยกกระชับ

จุดเด่น

Thermage  เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย  ไม่มาก  เน้นปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ  กระตุ้นคอลลาเจน  และอีลาสติน  ช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดี  ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ

Ulthera  เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย  ค่อนข้างมาก  ต้องการยกกระชับผิวหน้า  โดยเฉพาะบริเวณใต้คาง  เหนียง  และ  แก้ม  เห็นผลลัพธ์ชัดเจน  กรอบหน้าชัดขึ้น

ความเจ็บระหว่างการทำ

Thermage  รู้สึกเหมือนเข็มจิ้มเบาๆ  หรือ  ร้อน  ขึ้นอยู่กับความทนต่อความร้อนของแต่ละคน

Ulthera  อาจรู้สึกเหมือนเข็มจิ้มมากกว่า Thermage  เนื่องจากคลื่นเสียงความถี่สูง  แต่แพทย์จะทายาชา  เพื่อลดอาการเจ็บ

ผลลัพธ์

Thermage  เริ่มเห็นผล  2-3  เดือน  ผลลัพธ์คงอยู่  ประมาณ  1-2  ปี

Ulthera  เริ่มเห็นผล  2-3  เดือน  ผลลัพธ์คงอยู่  ประมาณ  1-2  ปี

ค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายของทั้ง Thermage  และ Ulthera  ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ  และความรุนแรงของปัญหาผิว  โดยทั่วไป  Thermage  มีราคาแพงกว่า Ulthera

สรุป

Thermage  เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย  ไม่มาก  เน้นปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ  ฟื้นฟูคอลลาเจน  และอีลาสติน

Ulthera  เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย  ค่อนข้างมาก  ต้องการยกกระชับผิวหน้าให้ชัดเจน

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ก่อนตัดสินใจ  ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  เพื่อประเมินสภาพผิว  และเลือกเทคนิคที่เหมาะสม  เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี  และปลอดภัย